หนึ่งในหัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล (Digital PR) นั้น คำว่า “Storytelling” อาจเริ่มเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น เนื่องจากช่วยสร้างความแตกต่างของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อสร้างการจดจำของแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าเป็นสิ่งที่จำเป็น หากผู้บริโภคต้องจะเลือกซื้อสินค้าในประเภทเดียวกัน ก็จะนึกถึงแบรนด์ของเราเป็นอันดับแรก ส่งผลถึงการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ ไม่ใช่เพียงมีแบรนด์ใหญ่ๆเท่านั้นที่สามารถทำ Storytelling ได้ แบรนด์ขนาดกลาง – เล็กก็ได้ทำเช่นกัน มาเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจว่า Brand Storytelling คืออะไร และทริคในการทำ Storytelling ง่ายๆ แต่โดนใจผู้บริโภค

Brand Storytelling?

ประโยชน์ของ Brand Storytelling จะเป็นหนทางพาแบรนด์ให้เดินทางเข้าไปสู่ใจของผู้บริโภคได้การทำBrand Story Telling จะส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอารมณ์ มีความรู้สึก และอินไปกับแบรนด์ผ่านเรื่องราวที่สื่อสารออกไป มากกว่าการให้ข้อมูลของสินค้าและแบรนด์แบบที่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้นถ้าการเล่าเรื่องราวเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้เป็นอยากดี ก็จะยิ่งสร้างความรู้สึกร่วมกับแบรนด์ได้มาก ส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่ดีเกิดความผูกพันกับแบรนด์ มองแบรนด์เป็นเพื่อน เป็นคนที่เขาชื่นชอบหมือนการมีแฟนคลับมาคอยติดตามแบรนด์ นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความชื่นชอบในแบรนด์และเกิดการจดจำได้แล้ว ยังทำการสื่อสารได้ง่าย ควบคุมให้ทุกอย่างออกไปในทิศทางเดียวกัน เสริมให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน เพราะหากนึกถึงสินค้าในประเภทนั้น ก็จะคิดถึงแบรนด์เราอันดับแรกในใจ แถมยังจดจำจุดเด่นและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อีกด้วย ทำให้ธุรกิจของเรามีความชัดเจนสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ถือเป็นอีกขั้นที่จะให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้จนถึงขั้นยืนเป็นที่ 1 ในตลาดได้ไม่ยาก

โดยจากผลการวิจัย ทดลองให้แต่ละคนออกมานำเสนองานเป็นเวลา 1 นาที ผ่าน 2 รูปแบบ คือ การนำเสนอด้วยข้อเท็จจริง ผ่านรูปภาพหรือตาราง ผู้ที่นั่งฟังสามารถตอบได้ถึงสถิติต่างๆ เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ในขณะที่การนำเสนอด้วยรูปแบบ การเล่าเป็นเรื่องราว หรือ Story telling ผู้ฟังสามารถจดจำข้อมูลได้เพิ่มขึ้นถึง 63 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าการเล่าเรื่องนั้นจะกระตุ้นสมองหลาย ๆ ส่วน ทั้งการประมวลผลภาพ เสียง กลิ่น การเคลื่อนไหว และความคิด นอกจากนี้สมองยังทำการจดจำ สร้างอารมณ์เข้าไปร่วมเข้าไปในระหว่างการับรู้เรื่องราว ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ทำไมผู้ประกอบการในยุคนี้จึงควรหยิบ Storytelling มาใช้

สร้าง Brand Storytelling อย่างไรให้ปัง

รู้ว่าตัวเราคือใคร  ตัวเราในที่นี้หมายถึง แบรนด์นั่นเอง ต้องรู้ว่าแบรนด์เราคืออะไร ยึดมั่นกับอะไร แล้วจะแทนด้วยคำว่าอะไร เพื่อความชัดเจนของแบรนด์และจุดเด่นที่เราต้องการดึงออกมานำเสนอ หรือการเลือกใช้สีเพื่อแทนตัวแบรนด์เช่น สีเขียว แทนในความหมายเป็นแบรนด์ที่รักษาสิ่งแวดล้อม

นำเสนอในสิ่งที่เชื่อ  ต้องมีการคัดเลือกว่าจะนำเสนอสิ่งไหนและไม่นำเสนอสิ่งไหน เลือกในสิ่งที่จะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมาได้มากที่สุด และเป็นจุดเด่นของสินค้า เพื่อให้ทุกอย่างนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะข้อสำคัญในการทำ Brand Story telling จะต้องมีความชัดเจนมากๆ หากนำเสนอไปแบบมั่วๆก็จะเป็นการ จับฉ่าย ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกสับสนและแบรนด์ไม่เป็นที่จดจำ

หา Emotional Connection ให้เจอ  การเชื่องโยงด้วยความรู้สึกและอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้แบรนด์เป็นที่รักมากเท่านั้น ในการสร้างความรู้สึกที่เชื่อมโยงกัน ถ้าแบรนด์สินค้าไหนสามารถสร้างจุดเชื่อมกับความรู้สึกเหล่านี้ได้แล้ว ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นลูกค้าชั้นดีของแบรนด์ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงไม่แพ้กันคือความเหมาะกับธุรกิจที่แตกต่างกันไป เพราะอย่างความรู้สึกอิสระไรการควบคุมอาจจะเหมาะกับแบรนด์เกี่ยวกับแฟชั่น ส่วนความรู้สึอบอุ่น มั่นคง อาจจะไปเหมาะกับธุรกิจด้วยการเงิน การลงทุน เป็นต้น

            3 สิ่งนี้ ถือเป็นหลักการพื้นฐานในการที่จะทำ Brand Story telling เพื่อทำให้แบรนด์ มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากคู่แข่ง สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกันของแบรนด์กับผู้บริโภค

เสริมทัพเพิ่มการทำให้เห็นด้วย Storydoing

Storydoing ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานานถึงเวลาที่ต้องมาสนใจมันอีกครั้ง โดยการทำ Storydoing คือการกระทำที่แสดงตัวตนของแบรนด์ สื่อสารเพื่อกับผู้บริโภคด้วยการกระทำเพื่อตอกย้ำเรื่องราวและสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารเพราะในปัจจุบันผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่มีความจริงใจกับผู้บริโภค ถ้าแบรนด์สามารถบอกเล่าเรื่องราวและลงมือทำให้เห็นได้ ก็จะยิ่งสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคได้มากขึ้นไปอีก โดยการสร้างกิจกรรมขึ้นมานั้นต้องสอดคล้องกับสิ่งที่แบรนด์ได้สื่อสารออกไป เช่น ถ้าสื่อสารว่าเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ก็ต้องสร้างกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าหากทำกิจกรรมไม่สอดคล้องการกับสิ่งที่สื่อสาร ก็จะสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค อาจจะร้ายแรงจนถึงขั้นเกิดความรู้สึกต่อต้านแบรนด์ จึงต้องระมัดระวังและสร้างกิจกรรมที่สามารถตอบโจทย์ Storytelling ได้อย่างตรงจุด

ทั้ง Story telling และ Storydoing เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ส่งเสริมกันและกัน โดยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัลเป็นอย่างมาก ในขณะที่ทุกแบรนด์ต่างมีเครื่องมือการสื่อสารเป็นของตนเอง การเล่าเรื่องราวที่ทำให้แบรนด์มีความแตกต่างจากคู่แข่ง สร้างกิจกรรมที่โดดเด่น ก็จะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ และเปิดรับแบรนด์ของเราเข้าไปนั่งอยู่ในใจในที่สุด และการทำ Story telling นี้ก็จะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำ Digital PR ให้มีความน่าสนใจมากยิ่นขึ้น